ทัศนคติคนสร้างบ้านดิน

28 05 2009

บ้านดินกับสำนึกทางวิศวกรรม
ธนา อุทัยภัตรากูร
www.baandin.org


คน บางคนใช้เวลาทำงานกว่าครึ่งค่อนชีวิตเพื่อจะมีบ้านสวยๆสักหลังไว้อยู่อาศัย มากไปกว่านั้นแม้ว่าจะมีบ้านสวยงามหรูหราราคาเป็นล้านเป็นแสนแล้วก็ตาม ก็หาได้มีความสุขคู่ควรกับความเหน็ดเหนื่อยที่ลงแรงไปไม่  สังคมทุกวันนี้เป็นสังคมที่กำลังถูกตั้งคำถามถึงคุณค่าบางอย่างซึ่งเลือนหาย ไป พร้อมๆกับกระแสบริโภคนิยมที่ไหลท่วมสังคมแห่งความพอเพียง สังคมแห่งความงดงามทางวัฒนธรรม และสังคมแห่งความสุขของจิตใจเช่นสังคมไทยในสมัยโบราณ

บ้านดิน บ้านธรรมชาติ earth building หรือ natural building เป็นชื่อที่ใช้เรียกบ้านหรือสิ่งปลูกสร้างทั้งหลายที่ทำขึ้นมาจากดินและ วัสดุธรรมชาติที่หาได้ตามชุมชน โดยไม่ต้องซื้อหาวัสดุสวยงามราคาแพงจากห้างสรรพสินค้าในเมืองใหญ่ ไม่มีการประดับประดาด้วยสุขภัณฑ์ชั้นหรู หรือสถาปัตยกรรมชั้นเลิศ  แต่แนวคิดเรื่องบ้านดินกลับเริ่มก่อตัวกลายเป็นกระแสทางเลือกที่เกิดขึ้น พร้อมๆกับสำนึกในธรรมชาติ และความอ่อนน้อมถ่อมตนที่คิดจะอยู่ร่วมกับธรรมชาติอีกครั้งของมนุษย์  แน่นอนว่ามันหาใช่รูปแบบแปลกใหม่ของการสร้างอาคาร หาใช่รูปแบบที่สามารถจะนำไปซึ่งลู่ทางแสวงหาหรือกอบโกยทางธุรกิจ อย่างที่บางคนนึกสนใจ

แนว คิดเรื่องบ้านดินที่กำลังเป็นที่สนใจของสังคมไทยในเวลานี้ ก่อตัวขึ้นด้วยแนวความคิดที่จะทวนกระแสวัตถุนิยมอันไหลเชี่ยวย้อนกลับสู่ ความเรียบง่ายของวิถีวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ที่เคียงคู่กับธรรมชาติและศาสนาอันลึกซึ้ง คำว่า “บ้าน” ถูกลดทอนกลับสู่นัยยะของปัจจัยสี่ บ้านดินจึงเป็นทางเลือกซึ่งเป็นความหวังสำหรับประเทศไทยที่ประชากรส่วนใหญ่ ของประเทศยังอยู่ในภาคการเกษตรที่ต้องผจญกับความทุกข์ยากจากหนี้สินที่ก่อ ตัวจากการกู้ยืมไปจับจ่ายใช้สอยในสิ่งที่เกินความจำเป็น ว่าอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของสำนึกในความพอ ความไม่ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมไปตามอารยธรรมฝรั่ง และความมีศักดิ์ศรีในการยืนบนลำแข้ง ณ ผืนแผ่นดินที่เราดำรงอยู่อีกครั้ง

ชุมชน มั่นยืน บ้านเทพนา อ.เทพสถิตย์ จ.ชัยภูมิ เป็นชุมชนที่ได้รับผลกระทบที่เป็นรูปธรรมจากการพัฒนากระแสหลัก ชุมชนเดิมล่มสลายจากการก่อสร้างเขื่อน ชาวบ้านจึงได้รวมกลุ่ม ในนามของ “สหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินชุมชนมั่นยืนจำกัด” เพื่อกู้เงินนำไปซื้อที่ดินจำนวน ๑,๐๐๐ ไร่และตั้งชุมชนใหม่เพื่อการพึ่งตนเอง โดยที่ดินทั้งหมดเป็นของสหกรณ์ มีการจัดพื้นที่เพื่อการใช้ประโยชน์จากสมาชิกชุมชน มุ่งไปสู่ชุมชนแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน เป็นการแสวงหาทางออกเพื่อความเป็นไทจากโครงสร้างทุนนิยมและบริโภคนิยม ในรูปแบบโครงการพระราชดำริคือ การเกษตรแบบพอเพียง ทำการผลิตเพื่อกินเพื่ออยู่ ให้พร้อมสมบูรณ์ในปัจจัย ๔ ส่วนที่เหลือจึงค่อยขายและจำหน่ายจ่ายแจกไปยังชุมชนต่างๆ อาศัยภูมิปัญญาชาวบ้านและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับท้องถิ่น ไม่ทำลายธรรมชาติและสภาพแวดล้อม บ้าน เป็นหนึ่งในปัจจัย ๔ ที่ชุมชนมั่นยืนต้องการ ซึ่งบ้านควรกลมกลืน เกื้อกูลกับสภาพแวดล้อม และเป็นบ้านแบบพื้นบ้านใช้วัสดุจากธรรมชาติ ลงทุนน้อย บ้านดิน เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมอีกทางเลือกหนึ่งที่ชุมชนมั่นยืนใช้เพื่อแสวงหาแนวทาง ในการพึ่งตนเอง ทางอาศรมวงศ์สนิท ในมูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป จึงได้จัดโครงการนี้ขึ้นเพื่อระดมความร่วมมือในเชิงลงแขกทำบ้านเพื่อฟื้นฟู ประเพณีและฝึกทักษะการทำบ้านดินด้วยตนเอง  หลายท่านอาจจะได้ยินข่าวถึงความอัปยศอดสูของคนไทยที่มุ่งทำลายล้างกันเอง ด้วยความขัดแย้งในเรื่องของอำนาจและผลประโยชน์ โดยเฉพาะกรณีการเผาหมู่บ้านแม่มูนมั่นยืน1 ที่ อ.โขงเจียม จ. อุบลราชธานี  ซึ่งสิ่งเหล่านั้นอาจจะเป็นตัวอย่างให้เราได้เข้าใจความกดดันและความบีบคั้น ของชาวบ้านที่โดนกระแสทุนนิยมขับไล่ออกจากผืนธรรมชาติที่เขาเคยอาศัยอยู่ได้ เป็นอย่างดี

การสร้างบ้านดิน ใช้หลักการ Wall Bearing ตัวกำแพงเป็นส่วนรับน้ำหนักที่ถ่ายจากโครงหลังคาและน้ำหนักของตัวมันเอง หรือจะให้เสาเป็นโครงสร้างหลัก รับน้ำหนักจากโครงหลังคาโดยตรงก็ได้ ซึ่งหากจะต้องการสร้างบ้านดินให้สูงมากกว่าหนึ่งชั้น ก็จำเป็นจะต้องมีโครงสร้างคานไม้เข้ามาผสมด้วย หลายคนอาจสงสัยว่าความคงทนของบ้านที่สร้างด้วยดินนั้นจะมีมากน้อยขนาดไหน ซึ่งในประเทศจีนก็มีตัวอย่างของบ้านดินที่มีอายุยืนยาวหลายร้อยปี แต่ความพิเศษของบ้านดินน่าจะอยู่ที่ต้องอาศัยความร่วมมือกันของชุมชน คล้ายกับการลงแขกเกี่ยวข้าวของชาวไทยในชนบทนั่นเอง

การ เป็นอยู่อย่างพอเพียง ไม่ได้หมายเพียงแค่ค่าของการครองชีพที่ลดลงด้วยการประกอบอาชีพการเกษตรอย่าง รู้จักกำลังของตนและใช้จ่ายอย่างประหยัด อีกทั้งรู้จักการปลูกผลิตผลทางการเกษตรอย่างหลากหลายเพื่อประโยชน์ในการดำรง ชีพของครอบครัวเท่านั้น  แต่มันยังมีนัยของการเป็นอยู่ที่ยั่งยืน ตระหนักถึงอนาคตของผืนแผ่นดินที่จะส่งมอบต่อไปถึงลูกถึงหลาน มองถึงประเพณีวิถีวัฒนธรรมที่จะค่อยๆสะสมความดีงาม ทับถมจนเป็นปึกแผ่นของวิถีความเป็นอยู่ที่งดงาม กอบเกื้อ พึ่งพากับธรรมชาติรอบๆชุมชน  ผูกพันและเผื่อแผ่ต่อผู้อื่นด้วยความมีน้ำใจตามแบบของชาวพุทธ  นี่เองที่ทำให้บ้านดินเปรียบเสมือนเทียนเล่มน้อยที่จะค่อยๆจุดสว่างขึ้นท่าม กลางความยากจนและความล่มสลายของวิถีชีวิตชนบทในบ้านเรา

สิ่ง ที่ทำให้ผมคิดนึกที่จะเขียนบทความชิ้นนี้ขึ้นมาไม่ได้อยู่ที่ความหลงใหลใน บ้านดินมากไปกว่าการหวนคิดถึงความหมายที่แท้จริงในสิ่งที่ผมได้เคยเรียนมา …Civil Engineering หรือ ศาสตร์วิศวกรรมที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ เกี่ยวกับพลเมืองประชากร จนกระทั่งเกี่ยวข้องกับการเป็นอยู่อย่างเป็นชุมชนจนถึงเมืองขนาดใหญ่ตาม ลำดับ  วิศวกรรมโยธา คือ ศาสตร์ที่เข้าไปช่วยจัดการ วางแผน ชี้นำ ดำเนินการ จนถึงเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากความต้องการต่างๆที่ตามมาจากแนวคิด การอยู่ร่วมกันเป็นชุมชนเมืองขนาดใหญ่

แต่ มาวันนี้ หลายคนเกิดคำถามขึ้นว่า วิถีชีวิตแบบชุมชนเมืองขนาดใหญ่นั้นเป็นวิถีชีวิตที่น่าปรารถนาของมนุษย์ จริงๆน่ะหรือ และการที่มนุษย์ค่อยๆพาตัวเองแยกจากธรรมชาตินั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วแน่ น่ะหรือ  เมืองขนาดใหญ่อย่างมหานครนิวยอร์ค กรุงลอนดอน หรือแม้แต่กรุงเทพฯ ที่ต่างก็หมักหมมด้วยปัญหาเชิงกายภาพ และสังคมอย่างแก้ไขไม่ได้ กำลังกลายเป็นคำถามต่อคนรุ่นใหม่ที่อยากจะเลือกทางที่เหมาะกับเขาที่จะได้มี ชีวิตอยู่อย่างมีคุณภาพชีวิตอย่างที่มนุษย์จริงๆควรจะเป็น

หากวันใดที่สังคมย้อนกลับไปต้องการดำรงชีวิตอยู่อย่างสอดคล้องกับธรรมชาติอีกครั้ง  เมื่อนั้นคงไม่มีตึกให้วิศวกรสร้าง ไม่มีถนนให้ขยาย ไม่มีระบบบำบัดน้ำเสีย ไม่มีมลพิษ ไม่มีโรงงานขนาดยักษ์ …. เมื่อนั้นก็อาจจะถึงเวลาที่วิศวกรจะเข้าใจถึงคุณค่าความเป็นมนุษย์ที่จะช่วย กันคิดวิถีทางที่เรากำลังจะเดินต่อไป ว่าจะยังคงเลือกเส้นทางการพัฒนาแบบไม่รู้ทิศทาง หรือควรจะหันไปมองทิศทางที่เหมาะสมต่อความเป็นอยู่ที่ยั่งยืนในอนาคตบ้าง  บางทีมันอาจจะทำให้เข้าใจว่าปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่ หาใช่ปัญหาเศรษฐกิจหรือปัญหาปากท้องเฉพาะหน้าไม่  แต่มันหมายความถึงทิศทางและกระบวนทัศน์ที่เราจะต้องเปลี่ยนเพื่อความดำรง อยู่มีความสุขต่อคนรุ่นเราหรือลูกหลานในวันข้างหน้า

นี่ไม่ใช่คำตอบ เป็นเพียงแค่คำถามที่ทิ้งไว้ให้ขบคิดว่า สิ่งเหล่านี้มันคือหน้าที่ของเราหรือไม่…..หรือว่าคำว่าวิศวกรโยธา เป็นเพียงแค่ผู้สร้างตามคำสั่งจากเบื้องบนดลบันดาลอันไม่มีอะไรแตกต่างจากกรรมกรแบกหามรายวันเลย

ตีพิมพ์ครั้งแรก มีนาคม ๒๕๔๖ ในวารสารอินทาเนีย สมาคมนิสิตเก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ขอบคุณที่มา http://thaicontractors.com





เครือข่ายบ้านดิน

28 05 2009

1. พันพรรณ ศูนย์การเรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเองและศูนย์เมล็ดพันธุ์

ที่อยู่               ตู้ ปณ. 5 อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ 50150
อี-เมล์             rachabordin@yahoo.com
เว็บไซต์          www.punpunthailand.org
ติดต่อ             ราชบดินทร์ บุญไชโย

2. โครงการเมล็ดดาวกล่อมฝัน (The Whispering Seed Foundation)

ที่อยู่                ตู้ ปณ. 30 อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี 71240
อี-เมล์              whisperingseed@wildmail.com
เว็บไซต์           http://www.whisperingseed.org
ติดต่อ               เสาวนีย์ สังขาระ, Jim Connor

3. บ้านดิน.คอม

ที่อยู่               12 ซอยลาซาล 52 บางนา กรุงเทพฯ 10260
อี-เมล์              baandin@yahoo.com
เว็บไซต์           http://www.baandin.com
ติดต่อ               จาตุรงค์ บุญจอม

4. บ้านสายรุ้ง

ที่อยู่                500 หมู่ 11 ต.ท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ 36150
เว็บไซต์           www.budpage.com

5. สยามบ้านดิน

ที่อยู่                ตู้ ปณ.1 อ.องครักษ์ จ.นครนายก 26120
อี-เมล์              baandin@siambaandin.com
เว็บไซต์           www.siambaandin.com
ติดต่อ               ไพริน พงษ์สุระ

6. โครงการบ้านดิน อาศรมวงศ์สนิทที่อยู่        ตู้ ปณ. อ.องครักษ์ จ.นครนายก 26120
อี-เมล์      baandin@yahoo.com
เว็บไซต์   http://www.baandin.org
ติดต่อ       ธนา อุทัยภัตรากูร
โทร.        037-3333182-3


7. กลุ่มช่อลูกหวายที่อยู่        202/11 หมู่ 1 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
50/18 เซ็นต์หลุยส์ 3 แยก 35 สาธรใต้ สาธร กทม. 10120
อี-เมล์      ek.puk@chaiyo.com, tetko@thaimail.com, dinsamur@yahoo.com
ติดต่อ      ภักดี สูยะพันธ์


8. บ้านปั้นดิน

ที่อยู่        508/6 หมู่ 10 ต.โคกกรวด อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30000
ติดต่อ      สมบูรณ์ ฐิติชวลิตกุล


9. ชุมชนมั่นยืนที่อยู่        หมู่ 10 ต.บ้านไร่ อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ 36230
ติดต่อ      วิทวัส เพียงแก้ว


10. บ้านสวนสายลมจอยที่อยู่        ต.ห้วยแก้ว อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่
ติดต่อ      เอกชัย จินาจันทร์


11. เพื่อนชุมชน.คอม : ดอกแก้วบ้านดินเว็บไซต์   www.pernchumchon.com แหล่งเรียนรู้เรื่องบ้านดิน จ.สระแก้ว


12. บ้านดินไทยดอทคอม

เว็บไซต์   www.baandinthai.com

ที่มา www.thaicontractors.com





ประมวลผลภาพบ้านดิน

28 05 2009

บ้านดิน บ้านดิน

ที่มา http://www.thaicontractors.com





การเลือกพื้นที่

28 05 2009

ปัจจัยการพิจารณาทำเลปลูกบ้าน

การก่อสร้างอาคารบ้านเรือนนั้นจำเป็น อย่างยิ่งที่จะต้องเลือกตำแหน่งที่จะปลูกบ้านให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม และการใช้สอยอาคารของผู้อยู่อาศัย เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยอยู่อย่างมีความสุข ปัจจัยการพิจารณาเบื้องต้นในการเลือกทำเล และแบบบ้าน สามารถอาศัยหลักง่ายๆพิจารณาตัดสินใจได้ดังนี้
1.สภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศ
ปกติแล้วประเทศไทยจะมีอากาศช่วงหน้าร้อน พัดผ่านในทิศตะวันตกและตะวันออกเฉียงเหนือ ทำ ให้เราต้องพิจารณาให้แนวตามยาวของบ้านไปตามทิศของดวงอาทิตย์ ออก- ตก เพราะจะทำให้ อากาศสามารถผัดผ่านเข้าหน้าต่างได้ง่าย และแสงจากดวงอาทิตย์จะไม่สามารถส่องเข้าในอาคารได้มาก
โดยการวางตำแหน่งห้องน้ำ ห้องครัว ห้องเก็บของ ควรวางให้มีตำแหน่งด้านทิศตะวันตก เพราะจะได้รับแสงแดดมากกว่าห้องอื่น เพื่อไม่ให้ห้องอื่นได้รับความร้อนโดยตรงและยังช่วยให้ห้องนั้นไม่มีการสะสม ความชื้นไว้ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค และสุขอนามัยของเจ้าของบ้าน
หากบริเวณที่จะปลูกสร้างเป็นเนินเขา หรือชายทะเล ควรสังเกตุหรือสอบถามทิศทางลม บริเวณนั้นได้จากชาวบ้านแถวๆนั้นก่อนตัดสินใจวางทิศทางของตัวบ้านว่าจะหันไปทิศใด
2.ระดับความสูง
บริเวณที่จะปลูกบ้านจะต้องเป็นบริเวณ ที่เป็นดินเดิม หากเป็นที่ดินที่เพิ่งถมใหม่ อาจต้องรอให้มีการทรุดตัวให้ได้ที่เสียก่อน จึงจะเริ่มลงมือปลูกบ้านได้ เพราะดินถมใหม่จะมีการทรุดตัวค่อนข้างมาก อาจทำให้บ้านดินเกิดการเสียหายได้ ปกติจะต้องรอให้ดินทรุดตัวประมาณ 1 ปีก่อน และดินที่ถมควรเป็นดินทราย ลูกรัง ควรหลีกเลี่ยงการใช้ดินเหนียวมาถ่มใหม่
ระดับดินบริเวณที่จะปลูกสร้างบ้านดิน ต้องเป็นบริเวณที่น้ำท่วมไม่ถึง ซึ่งจะสามารถสังเกตุได้จากรอยคราบน้ำบริเวณต้นไม้ รั้ว หรือ บ้านเรือนแถวๆนั้น เพราะหากมีน้ำท่วมแล้ว มักจะทิ้งคราบน้ำให้ได้สังเกตุได้ง่าย หรือ สอบถามผู้ที่อยู่อาศัยย่านนั้น ก็ได้ว่าแถวนั้นเคยมีการท่วมระดับสูงสุดเท่าไร และควรเผื่อระดับความสูงอีกซัก 50-100 เซนติเมตร
ระดับภายในตัวบ้านเองก็มีส่วนสำคัญ เพราะเราควรคำนึงตอนแก่ชราด้วย การมีระดับความสูงแตกต่างกัน ทำให้ต้องเผลอสดุดให้ได้รับบาดเจ็บได้ง่าย โดยเฉพาะห้องน้ำเป็นบริเวณที่ผู้สูงอายุได้รับบาดเจ็บมากที่สุด
3.แบบบ้าน
บ้านดินในประเทศไทยส่วนใหญ่แล้วมักใช้วิธีแบบอิฐดินก่อ (Adobe) ซึ่งเป็นโครงสร้างผนังแบบรับแรง (Wall Bearing) แทนการสร้างแบบเสาและคาน ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมใช้มากที่สุดสำหรับบ้านทั่วไปในประเทศไทย การก่อสร้างแบบผนังรับแรงนี้จะทำให้สามารถออกแบบบ้านให้มีรูปทรงโค้งได้ตาม ต้องการ ทำให้บ้านมีความสวยงามเป็นธรรมชาติมากกว่าแบบเหลี่ยมๆ และบ้านที่มีรูปกลม ซึ่งทำให้มีเส้นรอบรูปน้อยกว่าบ้านรูปทรงสี่เหลี่ยม ทำให้มีพื้นที่รับความร้อนสะสมจากดวงอาทิตย์ได้น้อยกว่าทำให้ร้อนน้อยกว่า บ้านที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยม
การสร้างบ้านดินที่มีรูปร่างๆกลมๆ ทำให้สามารถปรับเข้ากับภูมิทัศน์ของสภาพแวดล้อมธรรมชาติได้ง่าย แรกๆ เจ้าของบ้านมักจะเสียเวลาค่อนข้างมากกับการเลือกแบบบ้านให้สวยดังใจ แต่จริงๆ พอได้อยู่มีฟังก์ชั่นการใช้สอยตามที่ต้องการ แบบบ้านนั้นดูจะไม่ค่อยให้ความสนใจเลย เพราะวันๆก็จะอยู่แต่ในบ้านเท่านั้น นานๆถึงจะได้มายืนมองดูบ้านตัวเองซักที
การออกแบบบ้านให้มีกันสาด หรือ ชายคายาวๆ จะช่วยให้ผนังบ้านไม่ต้องรับแสงแดดและฝนโดยตรง ทำให้ยืดอายุเครื่องใช้ไม้สอยในบ้านจากแสงแดด และเป็นการลดความร้อนเข้าไปในตัวบ้านโดยตรง ทำให้ลดอุณหภูมิในตัวบ้านได้โดยตรง
4.สภาพแวดล้อม
เจ้าของบ้านสามารถกำหนดฟังค์ชั่นการ ใช้งานของตนเองขึ้นมาก่อน เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องรับแขก เป็นต้น และลองกำหนดความสัมพันธ์ในบ้านเอง และความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับการใช้สอยภายนอกอาคาร เช่นโรงรถ ลานซักล้าง ทางเดินเข้าบ้าน เพื่อให้สามารถใช้สวยได้ง่ายและลงตัว โดยให้มีระยะทางที่สั้นสุดในแต่ละฟังก์ชั่น เพราะหากสร้างบ้านไปแล้วต้องมาเดินยาวกว่าปกติ จะทำให้ไม่เกิดความสะดวกในการใช้สวย
หากมีบ่อน้ำในทิศทางก่อนที่ลมจะพัดเข้ามาถึงตัวบ้าน จะช่วยให้ลมพาไอเย็นของน้ำมามาในบ้าน เพื่อเพิ่มความเย็นให้บ้านได้อีกทาง เพราะน้ำที่ถูกแสงแดดจะระเหยขึ้นไปข้างบนและอากาศจะมีการปรับตัว ทำให้เกิดลมพัดเข้ามาแทนที่ ทำให้ผู้อยู่อาศัยแถวนั้นมีความรู้สึกที่เย็นสบายขึ้นกว่าปกติประมาณ 2 องศา
หากมีต้นไม้ใหญ่บริเวณที่จะปลูกสร้างบ้าน ก็จะสามารถได้ประโยชน์จากการอาศัยร่มเงาของต้นไม้ใหญ่นั้น  ทำให้บ้านนั้นไม่ได้รับความร้อนโดยตรง ซึ่งจะส่งผลให้เพิ่มความเย็นสบายในตัวบ้านได้
การปลูกไม้คลุมดินไม้พุ่ม ไม้ดอกไว้รอบๆบ้าน  นอกจากเราจะได้รับความสวยงามทางสายตาแล้ว ยังเป็นการลดความร้อนสะท้อนเข้าไปในอาคารได้อีกด้วย
ขอบคุณที่มา http://thaicontractors.com







ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.